He-Man And Master Of The Universe Revelation

        หากคุณมีอายุเกิน 30 ปี น่าจะคุ้นหูคุ้นตากับหนุ่มนักกล้ามผมหน้าม้าสีทองที่มีนามว่า ฮี-แมน กันอยู่บ้าง ฮี-แมน เป็นการ์ตูนทีวีที่ฮิตมากๆในยุค 80 โดยตัวตนที่แท้จริงของเขาก็คือเจ้าชายอดัม แห่ง อาณาจักรอีเทอร์เนีย โดยเขาได้รับพลังจากปราสาทเกรย์สกัล เมื่อเขาชูดาบแห่งพลังขึ้นพร้อมพูดว่า “ด้วยพลังแห่งเกรย์สกัล” เขาก็จะกลายร่างเป็นบุรุษผู้ที่มีพลังสูงสุดในจักรวาล ฮี-แมน โดยเขาและพวกพ้องต้องทำหน้าที่ปกป้องปราสาทเกรย์สกัล จากจอมมารที่มีหน้าเป็นหัวกะโหลก สเกเลธอร์ ที่หมายมั่นปั้นมืออยากจะได้พลังแห่งจักรวาลนี้มาไว้ในครอบครองเช่นกัน


        พล็อตเรื่องที่ดูเชยๆแบบนี้ สามารถทำให้เด็กๆในสมัยก่อนติดหนังการ์ตูนเรื่องนี้กันงอมแงม แต่รู้ไหมว่าแท้จริงแล้ว ฮี-แมน ไม่ได้มีเนื้อเรื่องมาตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ เพราะเดิมทีแล้วจุดกำเนิดของ ฮี-แมน มาจากบริษัทของเล่นที่ชื่อว่า Mattel อดีตเจ้าแห่งตลาดของเล่นในอเมริกาที่ในตอนนั้นเสียตำแหน่งให้กับ Kenner ไปเพราะชุดแอ็คชั่นฟิกเกอร์จาก Stawars ที่กินส่วนแบ่งการตลาดไปเกือบหมด พวกเขาจึงต้องหาผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาสู้ให้ได้


       หลังจากผ่านการทดลองไปหลายอย่าง ก็มาสรุปที่คอนเซ็ปท์ คนเถื่อนในโลกแฟนตาซีที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนั้น และเพื่อให้แตกต่างจาก แอ็คชั่นฟิกเกอร์สำหรับเด็กผู้ชายเจ้าอื่น ทางทีมงานMattelจึงตัดสินใจปั้นให้แอ็คชั่นฟิกเกอร์ชุด ฮี-แมน นี้ มีกล้ามและตัวใหญ่กว่าของเล่นเจ้าอื่นๆในสมัยนั้น และตั้งชื่อชุดของเล่นนี้ว่า Master Of The Universe ซึ่งช่วงแรกที่วางขาย ยังมีการแทรกการ์ตูนเล่มเล็กมาให้ในทุกๆแพ็คเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของตัวละครแต่ละตัว เพราะตอนที่เสนอสินค้าให้บริษัทตัวแทนจำหน่าย ดันมีคนถามขึ้นมาว่า ฮี-แมน มันมีเรื่องราวอย่างไร ทางทีมงาน Mattel จึงต้องรีบตามน้ำไปก่อนว่าจะมีการ์ตูนแถมให้เด็กๆไปอ่าน ซึ่งเป็นเรื่องที่คิดขึ้นมาในตอนนั้นแบบด้นสด จนต้องมีการทำการ์ตูนออกมาจริงๆ


        เมื่อของเล่นออกวางขาย มันก็ฮิตระเบิด และได้ถูกนำมาทำเป็นการ์ตูนฉายทางทีวีโดย Filmnation ซึ่งปูมหลังและเรื่องราวของตัวละครต่างๆจะถูกปรับปรุงให้มีเอกลักษณ์มากขึ้น จนขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในการ์ตูนคลาสสิคมาจนทุกวันนี้ แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป ความนิยมของฮีแมนก็ลดลงไปตามยุคสมัย เพราะโครงเรื่องแบบผู้ชายบ้าพลังต่อสู้กัน อาจไม่ใช่สิ่งที่คนต้องการดูกันอีกแล้ว ทว่า ฮี-แมน ยังคงอยู่ในความทรงจำของเด็กๆหลายคนที่โตมา และหนึ่งในนั้นก็คือ เควิน สมิธ ผู้กำกับผู้มีงานอินดี้มากมายในฮอลลีวูด และยังเป็นเด็กเนิร์ดตัวยงคนนึง เมื่อเขาได้สานต่อเรื่องราวของ ฮี-แมนขึ้นมาอีกครั้ง ในรูปแบบที่เข้ายุคเข้าสมัยมากขึ้น และนั่นก็คือ Master Of The Universe Revelation


           ขณะที่ ฮี-แมน ดั้งเดิมนั้นเป็นการ์ตูนจบในตอน แต่ Revelation นี้จะเป็น มินิซีรีส์ 5 ตอน ที่เนื้อหาแต่ละตอนต่อเนื่องกันไป ซึ่งพอเริ่มเรื่องมาหนังก็ได้จัดการฆ่าตัวเอกของทั้งสองฝ่ายอย่าง ฮี-แมน และ สเกเลธอร์ ทิ้งทันที โดยไม่ไยดีแฟนเก่าๆที่รอชมการกลับมาของตัวละครสองตัวนี้เลยแม้แต่น้อย จากนั้นเรื่องราวต่างๆจะดำเนินผ่าน ทีล่า องครักษ์หญิงและเพื่อนของเจ้าชายอดัมที่พึ่งรู้ว่าเขาคือ ฮี-แมน จากเหตุการณ์นี้ จนนำมาสู่ความขัดแย้งกับตัวละครอื่นๆที่ปิดบังความลับนี้จากเธอ และเนื่องจากเวทมนต์ที่คอยหล่อเลี้ยงอาณาจักรอีเทอร์เนียเองก็ได้หายไป


         จากการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของ ฮี-แมน ทำให้เธอต้องมาร่วมมือกับ อีวิลลิน อดีตมือขวาของสเกเลธอร์ เพื่อหาวิธีนำมันกลับมายังอาณาจักรแห่งนี้อีกครั้ง เรียกได้ว่า Revelation ได้พาเราไปสำรวจทิศทางใหม่ๆ ของตัวละครตัวอื่นๆในเรื่องนอกจาก ฮี-แมน อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และบทบาทของนักรบหญิงของทั้งสองฝั่งภายในเรื่องก็ถูกขับให้เด่นขึ้นมาเพื่อให้ทันยุคทันสมัย ตัวซีรีส์เองก็มีเนื้อหาที่เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เพราะคงมีเป้าหมายให้คนที่โตมาพร้อมกับ ฮี-แมน ได้ดูระลึกความหลังไปด้วย แต่คงต้องบอกว่าหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นนั้นอาจไม่ตรงกับความต้องการของผู้ชมรุ่นเก่าเท่าไหร่ เพราะทั้งเรื่องแทบจะไม่มี ฮี-แมน และ สเกเลธอร์เลย


       แต่ก็น่าจะดูมีเหตุมีผลกับผู้ชมรุ่นใหม่มากกว่า และตอนจบซีซันแรกนั้นก็เกิดสิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิดใน Master Of The Universe มาก่อน เรียกได้ว่าผู้กำกับใส่มาอย่างเต็มที่แบบไม่กลัวแฟนเก่าๆด่า ซึ่งก็มีแฟนๆเดนตายของ ฮี-แมน หลายคนบ่นกันระงมจริงๆ ส่วนจะเป็นอะไรนั้น คงต้องไปชมกันเอง เพราะตอนนี้มีให้ดูกันทาง Netflix แล้ว และในอีกไม่นานนี้ ซีซัน 2 ก็กำลังจะตามมา เพราะได้มีตัวอย่างออกมาให้ชมกันแล้ว ยังไงก็ลองไปรับชมบทล่าสุดของการ์ตูนแห่งประวัติศาสตร์เรื่องนี้กันดูนะครับ

STEP HEN

No Comments Yet

Comments are closed