แย้มฝัน 'วีเจจ๋า' ว่าที่ดอกเตอร์คนสวย

ณัฐฐาวีรนุช ทองมี หรือ “วีเจจ๋า” มาเยือนนิตยสาร mars อีกครั้ง ด้วยเซตแฟชั่นชุดล่าสุดที่ฉุดสายตาทุกคู่ของหนุ่มๆ ให้หยุดมอง ทรวดทรงองค์เอวและบอดี้ที่ฟิตแอนด์เฟิร์ม ไม่สร่างซา เช่นเดียวกับเสน่ห์ทางด้านความคิดที่เรามักจะอดใจกด Like ไม่ได้เสมอๆ ทุกครั้งที่เธอให้สัมภาษณ์

เซกชัน Taste อาศัยช่วงเวลาพักเบรก เทกตัวเธอมานั่งจับเข่าคุย ถึงหน้าที่การงาน ไปจนถึงชีวิตและความฝันที่กำลังรอวันเบ่งบานเต็มที่ เธอบอกว่า ช่วงนี้ชีวิตเธออยู่ในโมเมนต์ของการที่จะ “ไฟนัล” กับทุกๆ เรื่อง แม้กระทั่งความรัก เธอบอกว่ากำลังใช้เวลาศึกษา “จิ๊กซอว์” ตัวที่ใช่ เพื่อมาต่อเติมภาพชีวิตให้เต็มบริบูรณ์…

หลังจากหนังเรื่อง I Miss You รักฉันอย่าคิดถึงฉัน ตอนนี้จ๋ามีผลงานใหม่เตรียมไว้หรือยังครับ?
จะบอกอย่างนี้ก่อนค่ะว่า การรับงานของจ๋า จะรับเป็นช่วงๆ พอเสร็จงานหนึ่งก็จะพักไปแป๊บนึง ที่เพิ่งเสร็จไปเป็นละครเวที อย่างช่วงนี้จะไม่รับงานยาว รับแต่อีเวนต์แล้วก็เป็นวีเจที่แชนแนลวี แล้วเดือนนี้ต้องทำวิทยานิพนธ์ด้วย

ปริญญาเอกใช่ไหมครับ?
ใช่ค่ะ ไม่จบสักที (ยิ้ม)

จะได้เป็นดอกเตอร์แล้วสินี่?
ถ้าจบอ่ะนะ สาธุ (หัวเราะ) แต่ก็พยายามอยู่ เพราะว่าเวลาเรียนมันใกล้หมดแล้ว

หายากนะครับนักแสดงที่จะเรียนขั้นสูงขนาดนี้?
คือคนทั่วไปชอบคิดว่าจ๋าเป็นนักแสดงอาชีพคนหนึ่ง แล้วทำไมถึงไปเรียนให้มันเยอะ แต่จ๋ามองอีกด้านหนึ่งนะคะว่าจ๋าเป็นนักเรียนมาตลอด แล้วมาทำงานด้านการแสดงเท่านั้นเอง จ๋าให้น้ำหนักกับการเป็นนักศึกษามากกว่าดารานักแสดง งานบันเทิงเป็นเพียงโอกาสที่เราได้รับ คนจึงไม่เห็นจ๋าทำงานเต็มตัวแบบเซ็นสัญญาเข้าช่องหรือสังกัดค่ายใดค่ายหนึ่ง จ๋าไม่ได้ทำขนาดนั้น แต่คนส่วนใหญ่เห็นเราแล้วก็นึกว่า อ๊ะ นี่เป็นดาราอาชีพ แต่ความจริงแล้ว จ๋าไม่ได้เน้นเป็นเรื่องหลัก

หลักๆ คือเป็นนักศึกษา?
ช่ายยย…ค่ะ แล้วเวลาที่เราโตขึ้นเรื่อยๆ ก็พยายามหา ว่าชีวิตเราทำอะไรได้บ้าง ก็ลองทำนู่นนี่ดู เพียงแต่ว่าภาพที่มันชัดและคนจำได้ นั่นก็คือการเป็นนักแสดงกับพิธีกร

“จ๋าอยากทำงานเป็นตัวกลางระหว่างรัฐบาลกับเอกชนในเรื่องธุรกิจภาพยนตร์”

เอาเป็นว่า ถ้าได้ดอกเตอร์มา จะเอาไปทำอะไรต่อครับ?
ถ้าตอนเด็กเลยอยากเป็นนักการทูตค่ะ เพราะว่าจ๋าเรียนรัฐศาสตร์ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมา แต่วันนี้คงไม่ใช่นักการทูตแล้ว จ๋าอยากทำงานเป็นตัวกลางระหว่างรัฐบาลกับเอกชนในเรื่องธุรกิจภาพยนตร์

เป็น “โซ่ข้อกลาง”?
ใช่ค่ะ เพราะว่าตอนนี้ก็มีความเคลื่อนไหวอย่างมากนะคะเกี่ยวกับการผลักดันภาพยนตร์สู่สังคมโลก คือก่อนหน้านี้อาจจะน้อย แต่ตอนนี้เขาให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเราก็ดีใจ เพราะโดยส่วนตัว จ๋าก็มีโอกาสอยู่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์มาก็นาน 8-9 ปีแล้ว จ๋าคิดว่าจ๋าเข้าใจในระบบของมันดีพอ แล้วเราเรียนรัฐศาสตร์ เราก็เข้าใจโครงสร้างของการเมืองพอสมควร ก็เลยคิดว่ามันน่าจะดีถ้าเรามีโอกาสได้อยู่ตรงกลาง

แล้วถ้าฝันเป็นจริง ภารกิจแรกสุดที่เราจะทำ คืออะไรครับ?
คงขอเป็นฟันเฟืองตัวเล็กๆ ก่อนค่ะ ขอเขาอยู่ที่ตรงไหนก็ได้สักที่ ยังไม่ต้องลงไปทำเต็มตัวก็ได้ อย่างถ้ามีโปรเจกต์จะนำภาพยนตร์ไทยไปต่างประเทศ จ๋าก็อยากมีส่วนร่วม ตอนนี้จ๋าก็ทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ และถ้าทำได้และจบได้ จ๋าก็คิดว่านี่น่าจะเป็นใบเบิกทางของเราได้ ในการใช้ภาพยนตร์ไทยเป็นเครื่องไม้เครื่องมือในการส่งเสริมวัฒนธรรม สร้างรายได้เข้าประเทศ ส่งเสริมการท่องเที่ยว

ฟังๆ ดู เหมือนเกาหลีโมเดลอยู่นะครับ?
ถ้ามองว่าใช่ก็ได้ แต่ว่าเกาหลีโมเดลเขาก็ทำกันในที่ต่างๆ ทั่วโลก เพียงแต่คนไทยอาจจะคุ้นเคยกับเกาหลีโมเดลมากกว่า ความจริง โมเดลแบบนี้มันเกิดขึ้นมาแล้วทั่วโลก ฮอลลีวูดหรือยุโรปเขาก็ทำ แต่เกาหลีมันอาจจะชัดกว่าสำหรับคนบ้านเรา

ไหนๆ ก็พูดมาถึงตรงนี้ คิดว่าขณะนี้ รัฐบาลไทยได้ให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมหนังไทยเพียงพอแล้วหรือยัง?
มันเป็นเรื่องของโครงสร้างระบบมากกว่าค่ะ ในความคิดของจ๋า เห็นว่าภาคเอกชนเขามีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น แล้วมีการอินพุตข้อมูลเข้าสู่รัฐบาลมากขึ้น ที่สำคัญ รัฐบาลก็เปิดกว้างมากขึ้น เพียงแต่ถามว่ามากเท่าประเทศอื่นหรือยัง ก็ยัง แต่จ๋าเห็นว่ามันมีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น

“จ๋าไม่อยากรื้อโมเดลชีวิตแล้ว เพราะว่าถ้าเราเดินถูกแล้วเราจะได้แข็งแรงและเดินไปในทางเดียวทางนั้นเลย”
จากเรื่องงาน เรื่องเรียน เปลี่ยนมาคุยเเรื่องหัวใจบ้าง ตอนนี้ความรักเป็นอย่างไรครับ?
อยากจะบอกว่า ขั้นตอนชีวิตของจ๋า เป็นขั้นตอนเดียวกันหมดเลย ตอนนี้ถือว่าเป็นขั้นตอนการใช้เวลาเพื่อจะไฟนัลทุกอย่าง ทั้งเรื่องงานเรื่องเรียนและความรัก ก็ใช้เวลาในการที่จะไฟนัลเหมือนกันทุกอย่าง จ๋าเรียกช่วงนี้ของตัวเองว่าเป็นช่วง “ค้นหาตัวเองระยะสุดท้าย” (หัวเราะ)

เป็นยังไงครับ “ค้นหาตัวเองระยะสุดท้าย” เป็นคำที่ดีนะครับ ชอบจัง?
คือคนเรามันมีช่วงเวลาที่เราเดินไปเรื่อยๆ ใช่มั้ยคะ แล้วก่อนหน้านี้ อาจจะเป็นช่วงเวลาที่จ๋า “เดินไปเรื่อยๆ” และขณะที่เดินก็เก็บเกี่ยวสิ่งต่างๆ ใส่กระเป๋าอยู่ อย่างเรื่องงานเรื่องชีวิต เราก็คิดว่าจะไปทำอะไรดี จะไปอยู่ตรงไหนดี คราวนี้จ๋าก็เริ่มแพลนงานแพลนชีวิตของจ๋าได้แล้วว่า จ๋าจะไปอยู่ตรงกลางระหว่างรัฐบาลกับเอกชนนะ จ๋าว่าจ๋าจะทำเป็นอาชีพอิสระ อย่างงี้จ๋าจะเห็นเป็นเค้าโครง ทีนี้เราก็เริ่มต่อจิ๊กซอว์ไปเรื่อยๆ เพื่อไปถึงจุดนั้น เรื่องงานเป็นอย่างงี้แล้ว เรื่องเรียนเป็นอย่างงี้แล้ว เพราะฉะนั้น เรื่องความรัก จ๋าก็ต้องใช้เวลาในการดูคนที่จะมาซัปพอร์ตชีวิตกันและกัน อยู่กันได้ไหม ถ้าจ๋าอยู่แบบนี้ตรงนี้ แล้วเขาดีต่อจ๋าหรือเปล่า ก็ใช้เวลาดูเพื่อที่จะไฟนัลอยู่ค่ะ

แล้วตอนนี้ มีหนุ่มคนไหนที่เป็น “ไฟนัล” ของเราหรือยังครับ?
ใช้เวลาอยู่ค่ะ กำลังดูอยู่ว่ามันใช่จิ๊กซอว์ตัวเดียวกันกับที่จะต่อชีวิตของกันและกันถูกต้องหรือเปล่าน่ะค่ะ

ยากไหมกับการที่ต้องตัดสินใจเลือก “จิ๊กซอว์” ตัวนี้?
คิดว่ายากนะ คือจ๋าไม่เคยมาถึงขั้นตอนนี้ของชีวิตน่ะ แล้วมันเพิ่งถึงเมื่อปีสองปีที่แล้ว ส่วนเราก็อยากจะเดินให้ถูกต้อง อย่างตอนที่เราเด็กกว่านี้ ใช่บ้างไม่ใช่บ้าง ก็เปลี่ยน แต่คราวนี้ จ๋าไม่อยากรื้อโมเดลชีวิตแล้ว เพราะว่าถ้าเราเดินถูกแล้วเราจะได้แข็งแรงและเดินไปในทางเดียวทางนั้นเลยค่ะ

ภาพทั้งหมด : นิตยสาร mars

user's Blog!

49/1 ชั้น 4 อาคารบ้านเจ้าพระยา ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

49/1 4th floor, Phra-A-Thit Road, Chanasongkhram,Phanakorn Bangkok 10200

Tel. 02 629 2211 #2256 #2226

Email : mars.magazine@gmail.com

FOLLOW US ON

SUBSCRIBE