'ความศักดิ์สิทธิ์ของมวยไทยหมดไปเพราะคนไทยเอง' ตุ้ม-ปริญญา


เขาอาจไมใช่ยอดมวยฝีมือฉกาจที่ใครต่อใครต้องเกรงขาม แต่ในด้านชื่อเสียงแล้วไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของ ตุ้ม-ปริญญา เจริญผล หรือชื่อในการชกมวยว่า ปริญญา เกียรติบุษบา นักมวยสาวประเภทสองที่แต่งหน้าทาปากขึ้นเวทีแสดงฝีมือแม่ไม้มวยไทยสู้กับผู้ชายอกสามศอก และแสดงออกต่อสื่อว่าต้องการชกมวยเพื่อหาเงินเป็นค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดแปลงเพศ ชีวิตและเรื่องราวที่น่าสนใจถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง บิวตี้ฟูล บ๊อกเซอร์ จนเป็นที่รู้จักของทั้งในและต่างประเทศอย่างกว้างขวาง 
แม้วันนี้ตุ้มจะเปลี่ยนสรรพนามจาก ‘เขา’ เป็น ‘เธอ’ ร่างกายไม่กํายําแข็งแกร่งเหมือนก่อน แต่ชีวิตของตุ้มก็ยังคงผูกติดกับกลิ่นสาบนวมและผืนผ้าใบ และนี่คืออีกเสียงสะท้อนถึงวงการ ‘มวยไทย’ จากใจของคนที่รักและศรัทธาในสัมมาชีพนักมวย อาชีพที่ทําให้เธอมีวันนี้ได้

mars : อัพเดทชีวิตให้ฟังหน่อย ตอนนี้ทําอะไรอยู่บ้าง
ตุ้ม : ตอนนี้ทําหน้าที่เป็นผู้จัดการฝั่งมวยไทยอยู่ที่ค่ายมวยแฟร์เท็กซ์ที่บางพลีค่ะ จะคอยดูแลลูกค้า เทรนเนอร์ คอยไปดูแลเวลามีออกบูธออกร้านตามงานต่างๆ รวมไปถึงประสานงานทั่วไป ส่วนมากจะเป็นการติดต่อมาจากต่างประเทศค่อนข้างจะเยอะ ไม่ว่าจะเป็นสารคดี การท่องเที่ยว หรือสารคดีชีวิตของตุ้มเองที่ต่างประเทศเขายังติดตามความเคลื่อนไหวเราอยู่ว่าบิวตี้ฟูลบ็อกเซอร์เป็นอย่างไรบ้าง ณ ตอนนี้
mars : ยังต่อยมวยอยู่ไหม
ตุ้ม : เรื่องการต่อยเอง จริงๆก็มีติดต่อเข้ามามากจากหลายๆ ประเทศ แต่เจ้าของค่ายก็เห็นว่าตุ้มเป็นผู้หญิงแล้ว ก็ไม่ค่อยอยากให้ชก แล้วอีกอย่างหนึ่งคือตุ้มเองก็ห่างหายจากเวทีไปนาน และไม่ได้ฟิตซ้อมร่างกายเหมือนแต่ก่อน ก็กลัวว่าจะช้าและชกได้ไม่ดีเลยไม่เอาดีกว่า
mars : ก่อนหน้านี้เห็นมีข่าวไปต่อยกับผู้หญิง
ตุ้ม : ใช่ค่ะ เขาท้าชกมาค่ะ คือตอนนี้ถ้าจะชกจริงๆ หากเป็นผู้หญิงตุ้มจะรอให้เขาท้ามา ส่วนผู้ชายก็แล้วแต่โปรโมเตอร์จะจัดให้ชก คือโปรโมเตอร์เขาจะมองแล้วว่านักมวยคู่นี้ชกกันได้ ชกกันแล้วสนุก สมศักดิ์ศรี และต้องขึ้นอยู่กับนักมวยด้วยว่า พอใจที่จะชกกันไหม 
mars : ทุกวันนี้ยังอยากชกอยู่ไหม
ตุ้ม : ก็ยังอยากนะ ตุ้มชอบ คือมันอยู่ในสายเลือดเลยแหละ
mars : ถ้าให้เลือกเองอยากต่อยกับผู้หญิงหรือผู้ชาย
ตุ้ม : อืมมมมม…ผู้ชายก็ได้นะ แต่ขอฟิตร่างกายหน่อย

mars : กับประเด็นร้อนในวงการมวยเรื่องการตัดสินของกรรมการ ที่ตํานานมวยอย่าง ‘สามารถ พยัคฆ์อรุณ’ บอกว่า กรรมการตัดสินจากพละกำลังมากกว่าการออกอาวุธ
ตุ้ม : เข้าใจนะคะว่ายุคนี้มันเป็นยุคสมัยใหม่ เอาง่ายๆ เลยการยืนมวยไทยสมัยก่อนก็แตกต่างจากการยืนมวยไทยสมัยนี้ เพราะฉะนั้นกรรมการก็มีมุมมมองที่เปลี่ยนไป ซึ่งจะมีทั้งเป็นคนรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ปนเปกัน ที่สำคัญมากๆ เลยคือเรื่องของมาตรฐานของเวที แต่ละเวทีชอบมวยแบบไหน แต่ตุ้มเข้าใจว่าวงการมวยก็เหมือนหลายๆ วงการตอนนี้ คือเป็นเรื่องของธุรกิจ อาจจะต้องมีการตามหน้าเสื่อ เช่น หากมวยต่อยกันมาสูสีๆ พอกรรมการตัดสินก็จะให้มวยที่หน้าเสื่อแข็งกว่าชนะ ตุ้มเข้าใจว่าน้ามาด (สามารถ พยัคฆ์อรุณ) เขาพูดอะไร ต้องการสื่ออะไร 
mars : มีไหมแบบว่าต้องการปั้นคนนี้ เลยตัดสินให้ชนะ อะไรแบบนั้น?
ตุ้ม : เป็นไปได้สูงมาก เหมือนกับว่าถ้าโปรโมเตอร์ไม่อยากปั้นนักมวยคนไหน คนนั้นไม่มีสิทธิ์ที่จะดังได้เลย เหมือนดาราในวงการบันเทิงนั่นแหละ

mars : และในประเด็นที่ว่า ‘เซียนอยู่เหนือกรรมการ’ ล่ะ?
ตุ้ม : อันนี้ในมุมตุ้มที่รู้สึกชัดเจนเลยคือเรื่องของแรงกดดัน แรงกดดันเยอะมากๆ บางครั้งเซียนมวยจะใช้เสียงกดดันในหลายๆ รูปแบบ โห่ใส่บ้าง ตะโกนด่าบ้าง แล้วไม่ใช่แค่กรรมการที่ไขว้เขวนะ นักมวยเองยังเขวเลย อย่างตุ้มชกอยู่บนเวทีโดยที่เป็นรองอยู่ แต่เซียนแสดงอาการเหมือนว่าอยู่ฝั่งเรา บอกไม่ต้องเข้าแล้ว ไม่ต้องเดินแล้ว เราก็เออสงสัยจะชนะแล้ว เพราะเวลาเราอยู่บนเวทีเราไม่มีเวลาจะคิดจะนึกอะไรมากหรอกค่ะ มันจะเหนื่อยมากๆ ในสมองก็คิดถึงแต่ว่าจะออกอาวุธ ตอบโต้ หรือป้องกันตัวจากคู่ต่อสู้อย่างไร เราไม่รู้หรอกว่าที่เราทำไปแล้วมันมากหรือน้อย คนที่อยู่ข้างนอกจะมองเห็นได้ดีกว่า เพราะฉะนั้นเราอาจจะเผลอเชื่อว่าเราชนะจริงๆ แต่ที่ไหนได้ คนพวกนั้นเขาไม่ใช่คนของเรา  
mars :เป็นไปได้ไหมที่เขาตั้งใจเพื่อให้เราเขวจริงๆ
ตุ้ม : เป็นไปได้หมดแหละค่ะ แต่ไม่ใช่ว่าทุกเวทีนะ เป็นแค่บางเวที มันก็พูดยากนะสมัยนี้ เพราะทุกสิ่งอย่างมีคำว่าธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง คำาว่าธุรกิจนี่แหละที่ทําลายหลายๆ ตุ้มเห็นว่าบางทีมีการจับเอามวยไทยไปให้ฝรั่งไล่ทุบเล่น ตุ้มมีความรู้สึกว่ามันทำให้ต่างชาติฮึกเหิมได้ใจ เหมือนกับว่ามันใช้มวยไทยหยามคนไทยเราเองนี่แหละ และเราก็ยอมให้เขาหยามเพราะคำาว่าธุรกิจ เพราะคำาว่าเงิน ฉะนั้นตุ้มจะไม่ค่อยชอบภาพตรงนี้สักเท่าไร เราควรที่จะหามวยที่สูสีๆ ไปต่อยกับเขา เอาให้สนุก ให้มันกันไปเลย ไม่ใช่ว่าฝรั่งคนนี้แกร่งมากๆ ก็จัดมวยไทยหน้าใหม่ที่เพิ่งต่อยมาไม่กี่ครั้งไปให้เขากระทืบเล่น มันไม่ใช่ ตุ้มไม่อยากให้เป็นแบบนั้น มันดูไม่ดีเลย ตุ้มอยากให้ช่วยกันอนุรักษ์มวยไทยไว้ คงความมั่นคงไว้เพื่อศักดิ์ศรีของคนไทย เพื่อศักดิ์ศรีของศิลปะการต่อสู้ของคนไทยมากกว่า ไม่ใช่หลงแต่ค่าของเงินหรือคำาว่าธุรกิจ

mars : ทุกวันนี้ฝรั่งพัฒนาขึ้นมาเยอะมากไหม?
ตุ้ม : เยอะมากค่ะ เพราะอะไรหรือคะ เพราะว่ายอดมวยของเราทั้งแชมป์ลุมพินี ราชดำเนิน ระดับท็อปๆ ในสมัยก่อน ไปเป็นครูสอนมวยอยู่ต่างประเทศหมด รวมไปถึงสอนพิเศษให้กับชาวต่างชาติมากมาย เพราะว่าเงินเดือนดี ค่าเงินหลายๆ อย่างเอื้ออำนวย และมันเป็นค่าตอยแทนที่สูงกว่าบ้านเราเยอะมากๆ ไม่แปลกที่เขาต้องเลือกทางนั้น เป็นทางเลือกที่ดีกว่า ค่าตอบแทนสูงกว่า ก็กลายเป็นว่า เหลือครูอยู่ไม่กี่คนที่สอนเด็กไทยให้สืบทอดมวยไทยต่อไป
mars : มันก็เหมือนกับที่พี่สามารถบอกว่า สมัยก่อนมวยระดับคู่เอกค่าตัวหลายๆ แสน แต่สมัยนี้มันไม่ใช่?
ตุ้ม : สมัยนี้มวยระดับท็อประดับคู่เอก หลายๆ คนไม่ถึงแสนเลยค่ะ แถมยังต้องต่อยบ่อยกว่าสมัยก่อนอีก ตุ้มถึงบอกว่ามันมีอะไรที่เปลี่ยนไปเยอะ แชมป์หรือยอดมวยสมัยก่อนได้หลักหลายแสนจริงๆ แถมใครเป็นแชมป์ก็จะมีความภูมิใจมากๆ เพราะมันได้มาด้วยความยากลำบากจริงๆ แต่เดี๋ยวนี้พูดตรงๆ เลยนะคะว่า ‘อุปโลกน์’ ขึ้นมาได้ คุณอยากได้แชมป์เดี๋ยวจัดให้ ฝรั่งอยากได้แชมป์กี่เส้นเดี๋ยวจัดให้เลย มันเป็นแบบนี้
อีกอย่างหนึ่ง ตอนนี้แชมป์บางคนอาจจะค่าตัวน้อยกว่านักมวยที่ไม่ได้เป็นแชมป์ แต่ไปมีชื่อเสียงต่างประเทศ ไปชกต่างประเทศแต่ละไฟต์ค่าตัวเยอะกว่าที่ต่อยที่เมืองไทยมหาศาล ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีฝีมือเหนือกว่าแชมป์ในบ้านเราเลย ไม่ต้องดูตัวอย่างอื่นไกล อย่างตัวตุ้มเองก็ไม่ได้มีดีกรีเป็นแชมป์อะไร แต่ตุ้มต่อยแต่ละไฟต์ค่าตัวหลายแสนนะ แบบเกือบเป็นล้านก็ยังเคยมี แต่ทุกวันนี้ระดับแชมป์ภาคคู่เอก ค่าตัวแค่ 3,000-4,000 บาท ไม่แปลกหรอกที่เขาจะเลือกไปต่างประเทศก่อน แถมไปนอกประเทศยังไม่กดดันอีกด้วย

mars : ในฐานะรุ่นพี่ มีคำแนะนำสำหรับน้องๆ เพื่อให้เข้าถึงและมีโอกาสได้ไปต่อยต่างประเทศเพื่อสร้างเสริมรายได้ไหม?
ตุ้ม : ตุ้มมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า การที่เราจะทำอะไรก็แล้วแต่ ขอให้ซื่อสัตย์กับอาชีพของตัวเอง เพราะถ้าคุณไม่ซื่อสัตย์คุณไม่มีทางเจริญรุ่งเรืองในอาชีพนั้นๆ แน่นอน เราต้องรักในสิ่งที่เราทำ แล้วต้องมีจุดมุ่งหมาย ถ้าคุณไม่มีจุดมุ่งหมายทำไปวันๆ คุณไม่มีทางเดินถึงฝันแน่นอน สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญ อีกอย่างหนึ่ง มวยไทยเป็นสิ่งที่มีครูบาอาจารย์ บรรพบุรุษสืบทอดมาให้ถึงรุ่นลูกรุ่นหลาย จนมาถึงรุ่นเรา แต่ถ้าคุณเป็นเด็กไทย เป็นนักมวยไทย แล้วไม่คิดที่จะซื่อสัตย์ ไม่คิดที่จะอนุรักษ์ ไม่ทำด้วยจิตวิญญาณหรือสายเลือดของคนไทยจริงๆ คุณไปไม่รอดหรอก ไม่มีใครส่งเสริมคุณแน่ๆ 
mars : นักมวยเปรียบเสมือนหมาล่าเนื้อ ใช้งานเสร็จหมดสภาพก็หมดประโยชน์ ในแง่ของนักมวยตุ้มรู้สึกอย่างไร 
ตุ้ม : ตุ้มเห็นอดีตแชมป์โลกหรือยอดมวยในดวงใจของตุ้มหลายๆ คนที่ตุ้มเคยศรัทธาและชื่นชอบในฝีไม้ลายมือของเขา แต่พอเรามาเจอเขาในวันที่เราโตขึ้นแล้ว เขากลายเป็นขี้เหล้าเมายาคนหนึ่ง หรือมีสภาพแบบว่าสมองบอบช้ำ พูดจาลอยๆ ไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะนักมวยประเภทที่เอาตัวเข้าแรงหรือแบบไฟเตอร์เดินหน้าฆ่ามัน มักจะมีอาการแบบว่าเมาหมัด สมองถูกกระทบกระเทือน เราก็ใจหายว่านี่หรือขวัญใจของเรา รู้สึกสลดมากๆ เป็นไปได้จริงๆ ตุ้มอยากให้มีการดูแลที่จริงจังจากองค์กรอะไรก็ได้สักองค์กรหนึ่ง 
อีกมุมหนึ่งก็อยากย้อนเตือนไปถึงรุ่นน้องว่า อย่าชะล่าใจ มีขึ้นก็มีลงเหมือนกัน ฉะนั้นช่วงน้ำขึ้นให้รีบตัก ตักตวงได้รีบตักตวง แต่ไม่ใช่ว่าตวงมาแล้วใช้ไป ต้องรีบเก็บรีบสะสม เพราะยุคนี้เงินทองหายากกว่าสมัยเมื่อก่อนมากๆ และการแข่งขันในสายอาชีพมันเยอะ เยอะมากๆ จริงๆ ไม่ใช่แค่ 4-5 ร้อยคน แต่เป็นหลักพันหลักหมื่นคนเลย แถมยังมีต่างชาติมาแย่งอาชีพ ยังมายึดอาชีพนี้เพื่อที่จะแข่งขันกับเรา อย่าชะล่าใจเด็ดขาด ไม่ใช่มวยไทยเป็นของไทย ชกกับชาวต่างชาติอย่างไรก็ชนะสบายๆ มันไม่ใช่แล้ว ฝรั่งน็อคมวยไทยมาเยอะแยะแล้ว
เรื่อง : อิทธิพล เนียมสวัสดิ์ ภาพ : อิศเรศน์ ช่อไสว

user's Blog!

49/1 ชั้น 4 อาคารบ้านเจ้าพระยา ถนนพระอาทิตย์ แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200

49/1 4th floor, Phra-A-Thit Road, Chanasongkhram,Phanakorn Bangkok 10200

Tel. 02 629 2211 #2256 #2226

Email : mars.magazine@gmail.com

FOLLOW US ON

SUBSCRIBE